เผย 3 เคล็ดลับเลือกคีย์เวิร์ด Google Ads ที่เอเจนซี่ใช้

3 เคล็ดลับเลือกคีย์เวิร์ด Google Ads ที่ช่วยให้เลือกคีย์เวิร์ด Google Ads ให้แม่นยำและดึงดูดลูกค้าที่มีคุณภาพ

3 เคล็ดลับเลือกคีย์เวิร์ด Google Ads

Google Ads เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในการโปรโมตสินค้าและบริการของคุณผ่านเครือข่ายค้นหาของ Google อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแคมเปญโฆษณาของคุณขึ้นอยู่กับการเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม การเลือกคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณดึงดูดลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการของคุณได้มากขึ้น

SME Jump รับทำ Google Ads เราขอนำเสนอบทความเพื่อแนะนำ 3 วิธีในการเลือกคีย์เวิร์ดให้มีความแม่นยำมากขึ้น

3 เคล็ดลับ

3 เคล็ดลับเลือกคีย์เวิร์ด Google Ads

1. ใช้คีย์เวิร์ดที่แสดงถึงความตั้งใจซื้อของลูกค้า (Intent Keywords)

คีย์เวิร์ดที่ดีไม่ควรเป็นเพียงคำกว้าง ๆ เช่น “ผ้าม่าน” หรือ “ซ่อมแอร์” เพราะอาจดึงดูดการค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ วิธีการเลือกคีย์เวิร์ดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นคือการเลือกคำที่มี “ความตั้งใจซื้อ” อยู่ในตัว เพราะคนที่ใช้คำค้นหาเหล่านี้ มีโอกาสสูงในการตัดสินใจซื้อ เช่น

  • คีย์เวิร์ดที่มีคำว่า “ซื้อ” หรือ “ขาย” เช่น “ซื้อผ้าม่านราคาถูก” หรือ “ขายโทรศัพท์มือถือมือสอง”
  • คีย์เวิร์ดที่มีคำว่า “ราคา” เช่น “ราคาเครื่องปรับอากาศ Daikin”
  • คีย์เวิร์ดที่เปรียบเทียบสินค้า เช่น “ร้านขายผ้าม่านที่ไหนดี” หรือ “โทรศัพท์รุ่นไหนดีที่สุด”
  • คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับบริการ เช่น “ซ่อมแอร์รถยนต์ที่ไหนดี” หรือ “บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์”
  • คีย์เวิร์ดที่แสดงถึงความต้องการเร่งด่วน เช่น “ส่งด่วน” หรือ “พร้อมส่ง”

การใช้คีย์เวิร์ดที่มีความตั้งใจซื้อสูงจะช่วยให้โฆษณาของคุณแสดงต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณมากขึ้น

นอกจากนี้ควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดในรูปแบบการทำงานแบบวลี (Pharase Match) เพื่อควบคุมไม่ให้โฆษณาแสดงในคำค้นหาที่กว้างเกินไป

2. ใช้เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด (Google Keyword Planner)

Google มีเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้คุณค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ และดูข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการค้นหาและการแข่งขันของคีย์เวิร์ดแต่ละตัว และยังให้ไอเดียในคีย์เวิร์ดอื่นๆเพื่อนำมาปรับใช้ในแคมเปญ Google Ads ของคุณ เครื่องมือดังกล่าวเรียกว่า Google Keyword Planner ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากบัญชี Google Ads ของคุณ

วิธีใช้ Google Keyword Planner:
  1. ไปที่บัญชี Google Ads ของคุณ
  2. เลือก เครื่องมือและการตั้งค่า (Tools & Settings)
  3. คลิกที่ เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด (Keyword Planner)
  4. เลือก ค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ และใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
  5. ดูข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการค้นหา ค่าใช้จ่ายต่อคลิก (CPC) และการแข่งขันของคีย์เวิร์ดแต่ละตัว
ปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกคีย์เวิร์ด:
  • ปริมาณการค้นหา (Search Volume): คำที่มีการค้นหาสูงอาจมีโอกาสได้รับการคลิกมากขึ้น โดยระบบจะแสดงจำนวนการค้นหาเฉลี่ยนต่อเดือน จากฐานข้อมูลประวัติการค้นใน 12 เดือนที่ผ่านมา
  • การแข่งขัน (Competition): ถ้าการแข่งขันสูง ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาอาจแพงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายต่อคลิก (CPC – Cost Per Click): ตรวจสอบว่า CPC ของคีย์เวิร์ดที่คุณเลือกเหมาะสมกับงบประมาณของคุณ โดยระบบจะแสดงข้อมูลของค่าคลิกในรูปแบบของช่วงราคาสูงสุด และต่ำสุด

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่สามารถใช้ช่วยวางแผนคีย์เวิร์ด เช่น:

Good Keyword Strategy

3. ใช้คีย์เวิร์ดแบบ Long Tail เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันสูง

หากคุณพบว่าคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการใช้มีการแข่งขันสูงมาก อาจลองใช้ Long Tail Keywords ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่มีความยาวและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:

คีย์เวิร์ดทั่วไป คีย์เวิร์ดแบบ Long Tail
รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งสำหรับคนเท้าแบน
ร้านกาแฟ ร้านกาแฟเปิด 24 ชั่วโมงใกล้ฉัน
ขายคอนโด ขายคอนโดพร้อมอยู่ใกล้ BTS
กล้อง Sony ขายกล้อง Sony FX30 มือสอง
ร้านแอร์ ร้านขายแอร์บ้านรามคำแหง ผ่อนได้

นอกจากนี้ การใช้คีย์เวิร์ดที่ยาวและเฉพาะเจาะจงมากขึ้นจะช่วยให้คุณลดต้นทุนค่าโฆษณาแล้ว การใช้คีย์เวิร์ดแบบ Long Tail ยังเพิ่มโอกาสให้โฆษณาของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าหรือบริการของคุณมากขึ้น และเลี่ยงการแข่งขันในคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูง

เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ด

สรุป: 3 เคล็ดลับเลือกคีย์เวิร์ด Google Ads

การเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับ Google Ads เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแคมเปญโฆษณาของคุณ หากคุณต้องการให้โฆษณาของคุณดึงดูดลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการของคุณ ควรใช้เทคนิคดังต่อไปนี้:

  1. เลือกคีย์เวิร์ดที่มี “ความตั้งใจซื้อ” สูง เช่น “ซื้อ,” “ขาย,” “ราคา,” “ที่ไหนดี” และ “พร้อมส่ง”
  2. ใช้ Google Keyword Planner และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
  3. ใช้ Long Tail Keywords เพื่อเพิ่มความเฉพาะเจาะจงของคีย์เวิร์ด ลดการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการขาย

หากคุณใช้เทคนิคเหล่านี้อย่างถูกต้อง โฆษณาของคุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งข้อมูลถึงเรา

ติดต่อขอข้อมูล และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี!

    ชื่อ-สกุล
    มือถือ
    E-Mail
    ข้อความ


    คุยกับเราทางไลน์

    เพิ่มเพื่อน

    ข้อมูลบริษัท

    บริษัท เอส เอ็ม อี จัมพ์ จำกัด 

    79/355 ถ.รามคำแหง 150 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพ 10240

    เลขประจำตัวผู้เสียภาษี  0105556135494

    Email: contact@smejump.com

    Tel: 02-100-6872, 02-100-6873

    LINE : @smejump

    จันทร์ – ศุกร์ : 8:30-17:30 น.

    เสาร์-อาทิตย์: ปิดทำการ